ไปปาย เหมือนไม่ได้ไป

posted on 03 Feb 2009 13:57 by na2sayjin

ปีใหม่ที่ผ่านมา (2009) ได้ไปเที่ยวเหนือกับครอบครัวและพักพวกป๊า

คืนแรกตอนที่แม่สาย ไปถึงก็หัวค่ำพอดี กินข้าวแล้วเข้าห้องที่พัก

เนื่องว่าขับรถมาแต่เช้า คืนนี้คงไปเที่ยวไม่ไหว เพราะพรุ่งนี้ต้องเที่ยวต่ออีก

และที่พักตรงนั้น(ปากทางแม่สายเลย) ก็ไม่มีอะไรด้วย

เพราะว่ามาเกือบดึกแล้ว ตลาดคนเดินวายหมดแล้วอ่ะ

เช้าที่ 2 ก็ข้ามไปฝั่งพม่า ช็อปปิ้งซีดีเถื่อนให้สาสมแก่ใจ

ได้มาหลายเรื่องเลย หมดไปเป็นพัน ออกมาอีกทีก็บ่าย 2-3 โมงได้

แล้วก็เดินทางต่อเพื่อไปนอนที่ฝาง ระหว่างทางก็แวะเที่ยวดอยแม่สลอง

บนเส้นเขานั้น มีรีสอร์ทที่หนึ่ง สวยมากเลย "ดอยหมอก ดอกไม้ รีสอร์ท"

วิวสวยมากเลย ดูแล้วเหมือนไปสวนสำเด็จย่ายังไงยังงั้น

แต่ไม่ใหญ่เท่าหรอก แค่เค้าจัดสวนสวย วิวก็ดี ที่พักก็ถูกจากนั้นก็ไปวัดท่าตอน

ตอนเย็นได้ไปแวะเที่ยวสวนส้มพี่ยุ ทำสุกี้กินกันเฮฮาปาร์ตี้มาก

ที่สวนพี่ครอบครัวพี่ยุ 3 คน พี่ชาย(สามี) พี่ยุ และภูฟ้า สวยสาวแสนฉลาดวัย 5 ขวบ

และก็ครอบครัวพี่สาวของพี่ชายอีก 5 คน มีลูก 3 คน

หลังจากที่อิ่มหนำสำราญแล้วก็เป็นช่วง Fun Time แล้ว

พวกเราเด็กโต และเด็กเล็ก ทั้งหมด 8 คน ก็ลงมาจากเรือน

เล่นโคมยี่เปงกัน ด้วยความที่เด็กมันไร้เดียงสาอ่ะนะ

ฟังแล้วดูน่ารักจริงๆ เลย ระหว่างที่โคมกำลังลอยขึ้นฟ้า

ภูฟ้าก็ตะโกนพร้อมไปด้วยว่า "สุขสันต์วันปีใหม่" อยู่หลายครั้งต่อลูก

และก็พูดมันทุกลูกเลย ไม่รู้ใครไปสอนวะเนี่ย

ถามที่พี่ยุแม่ของเจ้าแสบ ก็บอกไม่รู้ สงสัยเก็บเกี่ยวตอนที่พวกเพื่อนพี่เค้ามานอนที่ไร่ก่อนหน้านี้

ลอยไป 10 กว่าลูก ก็เริ่มขึ้นเรือนเพราะอากาศและน้ำค้างแรงมาก

เด๋วเด็กๆ หวัดจะรับประทานซะก่อน ป๊ากับแม่ก็ขับรถกลับโรงแรมไปก่อน

พร้อมกับส้มเป็นของฝากอีก 4 ลัง  ส่วนเรา 3 คนยังอยู่คุยกับพี่ยุต่อ

จนถึง 5 ทุ่มพี่เค้าก็ไปส่งที่โรงแรม ซึ่งไม่ไกลจากไร่เค้าเลย เพียง 10 นาทีก็ถึงแล้ว

 

เช้าวันต่อมาพวกเราเตรียมตัวเดินทางสู่ปาย

ระหว่างทาง ขาออกจากปาย รถติดมาก ไม่เขยื้อนเลย

อาจเพราะเค้ามานอนตั้งแต่ 31 ธันวาแล้วก็ได้

แต่เรามาวันที่ 2 มกราคมแล้ว ระหว่างทางเราก็แวะถ่ายรูปไปด้วย

และที่ขาดไม่ได้ก็ที่ Coffee in love ที่ Hot Hit สำหรับคนมาปาย

ถ้ามาแล้วไม่ได้ถ่าย เค้าว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ

แต่โอ้แม่เจ้า คนเยอะเพียบ หาที่ยืนถ่ายรูปโล่งๆ ไม่มีเลย

ถ่ายกี่ใบก็มีตัวประกอบทุกใบ จากนั้นก็เดินทางต่อไปที่พัก

สำหรับขบวนเรา ได้พักเต้นท์ติดริมแม่น้ำปายเลย

พอรู้ว่าที่พักอยู่ไหน เราก็ไปเที่ยวที่หมู่บ้านยูนานต่อและวัดห้วยน้ำฮู

มาถึงตอนเย็นประมาณเกือบ 5 โมง พวกเด็กลูกเพื่อนป้า

วัยม.ต้น กับม.ปลายแล้ว ลงไปล่องแพ เฉยเลย

แต่ไม่มีคนถ่อนะ ถ่อกันเองเลย แพใครยังไม่รู้เลย

มันสนกันจริงๆ แต่ขอบอกก่อน ว่านั่นน่ะ ผู้หญิงทั้งนั้น

พาลูกมากัน 4 คน แต่เรียบร้อยอยู่คนนึง เลยไม่ได้ลงไปเล่นด้วย

แต่ว่านะ อากาศเย็นมากๆๆๆๆ มันกระโดดเล่นน้ำล่องแพแถมใส่เสื้อกล้ามด้วย

โอ้ววว พลังเด็กสาวช่างแรงกล้า แรงไม่แรงก็วัดกันตอนมันลากแพทวนน้ำขึ้นมาที่ท่านี่แหละ

เล่นอยู่แบบนี้เป็นชั่วโมง จากนั้นหัวค่ำก็ไปเที่ยวที่ถนนคนเดิน

คนเยอะมากกกกกก เดินก็ไม่ทั่ว เหนื่อยเหลือเกิน พอช็อปปิ้งเสร็จก็กลับมาที่พัก

พักผ่อนเอาแรงค่ะ พรุ่งนี้ยังคอยอยู่

 

เช้าที่ 4 ของการเดินทาง เราออกจากปายเพื่อจะไปเชียงใหม่

เช้านี้ เราออกจากที่พัก ด้านหน้าก็เป็นสะพานประวัติศาสตร์พอดีเป๊ะเลย

เราทำการชักรูปกันอยู่เซ็ตใหญ่  แต่เอ๊ะ!! ดูรูปที่กล้องมันขึ้นอะไรแสงอะไรว๊าบๆ ที่รูปก็ไม่รู้

เป็นทุกรูปเลย สงสัยเราไปกดโดนปุ่มอะไรอ๊ะเปล่าหว่า

พยายามกดโน่นกดนี่อยู่หลายรอบ ด้วยว่ากดเพลินแล้วไม่ได้อ่านคำสั่ง

เลยกดฟอร์แมตเรียบร้อย แถมจำไม่ได้ด้วย ว่ากรูยืนยันมันไปอ๊ะเปล่า

ก็เลยเกลี้ยงกล้องเลย 3 วันแห่งความทรงจำ หายว๊าบบบบ ไปในชั่วพริบตา

ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ แต่ก็ทำใจอยู่นาน จนไปถึงเชียงใหม่

เราก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี ไม่หยิบกล้องมาถ่ายอะไรสักอย่าง

แถมมาเชียงใหม่ก็ไม่รู้จะถ่ายอะไร ไม่ได้ไปดอยเดยกับเค้าหรอก

เพราะมันร้อนมาก ผิดกับที่ปายเลย เพื่อนป๊าเค้าอยากพาลูกเล็กกับลูกโตไปสวนสัตว์

ก็เลยตามไปด้วย แต่แม่เจ้า คนเยอะมาก ที่จอดรถก็ไม่มี ขับรถไปแต่ละจุดก็ได้แต่ผ่านไป

เพราะหาที่จอดไม่ได้ ตรงที่จอดได้ก็เดินไกลเหลือเกิน

สรุปบอกป๊า เราออกกันเถอะ ไม่อยากดูแล้ว รถเราก็มีแต่เด็กโข่งทั้งนั้น

ร้อนก็ร้อน ไม่อยากเดิน ไม่อยากดูมันแล้ว จากนั้นก็ออกจากสวนสัตว์

ป๊าขับพามาที่สวนพฤกษชาติ แต่ระหว่างทาง หลับกันมาทั้งคัน

รวมถึงคนขับด้วย เห็นตาปรือเชียว พอจอดรถเสร็จ จะลงแล้ว

แม่ที่เพิ่งตื่นบอกมาทำอะไร แป่ว!! ก็มาเที่ยวอ่ะเดะ

แต่ว่าอากาศมันร้อนเกินจะเดินชมสวนแล้วอ่ะ เลยสรุปได้ว่า ไม่ไปละกัน

ได้ไอติดตักคนละถ้วยกลับไปนอนที่โรงแรมดีกว่า เพราะเพลียเกินกว่าจะเที่ยวแล้ว

ไว้ตอนเย็นค่อยไปที่ถนนคนเดินที่เชียงใหม่ ขอไปนอนเอาแรงก่อนนะ

คนนั่งก็ไม่ไหว คนขับก็ง่วง มีหวังได้ไปหลับข้างทางแน่ๆ เลย

 

โรงแรมที่พักวันนี้อยู่ที่อ.แม่ริม ออกห่างจากตัวเชียงใหม่อยู่นิหน่อย
ได้กลับมานอนพีกสบายใจเฉิบๆ ตกเย็นแม่บ่นหิวข้าวให้ออกไปซื้ออะไรให้กินหน่อย
ตอนแรกบอกว่าจะไปเดินเที่ยวด้วย แต่สงสัยน้ำตาลขึ้น เดินไม่ไหว เวียนหัว
เลยไม่ไป เราก็เลยต้องออกไปหาซื้อข้าวมาให้แม่กับป๊ากิน
เชื่อเถอะ ด้วยเราที่ขับรถเป็นอยู่คนเดียว โดยมีน้องสาวและหลายอีกคน ที่ขับไม่เป็นแต่พางงกับทางได้ตลอด
ต้องออกไปเผชิญกับโลกแม่ริมที่เราไม่เคยขับไปไหนมาไหนกันเองเลย
กำลังจะออำไปเจอโลกนอกโรงแรมแล้ว แค่ออกจากโรงแรมก็ทะเลาะกันแล้ว
อีน้องมันบอกทางให้เราชะงักซะงั้น แต่เรากับหลานมีความเห็นตรงกันว่าต้องไปอีกทางนึง
แล้วพอมาเจอแยกไฟแดง เราจะไปทางขวามือ หันไปเห็นด้านซ้ายมือมีปั้ม Jet กับ Lotus ด้วย
ก็เลยจะกลับหัวที่ไฟแดงหน้า พอเลี้ยวขวามาได้ เราจะตรงไปไฟแดง อีน้องมันบอกให้ไปซ้ายลอดอุโมง
เราก็ชะงักอีก ก็จำได้นิ ว่าตอนมาโรงแรม ป๊าก็กลับรถตรงนี้อ่ะ มันพูดจนเราไม่แน่ใจ
ดีนะที่ไม่มีรถตามมา เราเลยหักเข้าซ้ายทัน ระหว่างไป ก็เถึยงกันว่าใช่หรือไม่ใช่ ถูกทางรึเปล่า
จนลอดอุโมงนั่นแหละ เราแหกปากด่าน้องเต็มๆ ไม่ให้ด่าได้ไง โผล่มาเจอโรงแรมที่พักซะงั้น
เลยต้องไปลอดใต้สะพานมาใหม่ จากนั้นก็ได้ข้าวมาเรียบร้อย แต่ขากลับยังไม่แคล้วเถียงกันเกี่ยวกับทางกะไอ้อุโมงเนี่ยอีก

 

จากนั้นก็เรา 3 คนก็บุกเดี่ยวปราศจากป๊าและแม่ไปตลาดคนเดินกันเองอีกแล้ว
เอาอีกแล้ว ออกจากโรงแรม คราวนี้น้องเรามันป่วนอีกแล้ว จะไปเชียงใหม่ต้องขับข้ามสะพาน
แต่ตอนไปซื้อข้าวต้องลอดใต้สะพาน มันเลยสมองเพี้ยนนิดหน่อย ทำเอาเราชะงักอีกแล้ว
แต่ยังโชคดี ที่เจ้าหลานเนี่ย มันเป็นพวกจำทางเก่ง เรามันพวกขับเก่งแต่ไม่จำทาง
เป็นพวกขับตามสัญชาตญาณ ตามความเคยชิน แถมฉายาที่เพื่อนรู้กันก็คือ "ไม่หลงก็เลย"
กว่าจะไปถึงตลาดก็สงครามน้ำเลยกันยกเล็กๆ แต่เอ..ทำไมรถไม่มีเลยวะ ที่จอดรถก็เยอะ
พอจอดได้ก็เดินไปที่ประตูท่าแพ เห็นมีเวที ร้านค้าร้านอาหารมาตั้ง ตรงประตู เราก็เดินเล่นกันอยู่พักนึง
พอเดินพ้นประตูจะไปตรงถนนแค่นั้นแหละ อาการแบบอึ้งๆ งงๆ เบลอๆ เกิดกับพวกเรา 3 คนซะงั้น
ไม่มี ไม่มี หายไปไหน ทำไมไม่มีอะ เกิดคำถามมากมาย ร้านค้าไม่มีสักเจ้าเลย
ก็เลยหันไปถามแม่ค้าแถวนั้น เค้าบอกว่าที่นี่เค้าขายวันอาทิตย์ แต่วันนี้วันเสาร์ต้องไปตรงถนนวัวลายโน่น
อ่อ..เป็นแบบนี้นี่เอง ทุกทีมาเราก็เจอนิ ทุกทีป๊าจะมาส่งเราก็ไม่รู้ว่ามี 2 ที่ เห็นมันเหมือนกัน
ปีก่อนขับมากันเอง(ก็หลงอีก เกือบออกเชียงราย) ก็ไม่ได้ดูว่าเป็นวันอาทิตย์
ว๊ากกก แล้วเราจะทำไงอ่ะ จะไปถูกเปล่าวะ เอาวะ ไปก็ไป ไหนๆ ก็มาแล้ว
เด๊วจะไม่ได้เที่ยวซะก่อน เดินกลับมาที่รถ ตรงนั้นขายโรตีด้วย ก็เลยสั่งกินแล้วแอบสอบถามทางซะเลย
ก็ได้ความแล้ว ไปกันเลยดีกว่า ไปถึงก็โชคดีอีก ดีนะ ที่ค่อยๆ ขับมา ไม่งั้นไม่มีที่จอดรถหรอก
คันนั้นกำลังออกพอดีเลย เปิดไฟระวังแสดงให้คันอื่นรู้ "กูจองแล้วนะโว๊ย!!~+"

อ่าาาา..เสร็จเมียจินล่ะสบายเฉิบๆ ทีนี้ก็ได้เดินสมใจแล้ว
ของเยอะมากมาย เดินไม่ทั่วอีกแล้ว เมียจินแก่แล้วอ่ะ เดินไม่ไหว
แต่ก็เกือบทั่วแหละ ได้ของกินของใช้ ของฝากกลับมามากมาย
เดินจนถึง 5ทุ่มก็กลับโรงแรม ก็ยั๊งงงไม่แคล้วถกกันเรื่องเดิม
ทนไม่ไหว เลยบอกให้มันนั่งไปเงียบๆ เด๊วกรูพากลับเอง
มันก็แอบบ่นหงุ๋มหงิ๋ง ๆ ถึงที่พักก็อาบน้ำหลับเป็นตาย

เช้าวันสุดท้ายก็กลับบ้าน แวะช็อปตามทางไปเรื่อยๆ
ถึงบ้านตอน 2ทุ่มได้ เดินทางแบบชิวๆ แวะส่งน้องที่อยุธยาด้วย
เพราะวันพรุ่งนี้มันต้องทำงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คลายเครียดที่สุพรรณฯ

posted on 01 Dec 2008 18:34 by na2sayjin

บ้านเมืองกำลังแย่ ทางออกก็ยังไม่เห็นมี ประชาชีก็เคลียดตามๆ กัน เราก็เคลียด เพราะดูท่าสงสัยจะอดไปญี่ปุ่นแน่ๆ เลย จะเดินทางวันที่ 18 ธันวาคมนี้อยู่แล้ว ยังไม่เห็นทางลงของแต่ละฝ่ายเลย สุวรรณภูมิถูกปิด ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะใช้ได้ เวรกรรมของคนไทยแล้วคราวนี้

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาป๊าชวนไปสุพรรณฯ ไปส่งสารวัตรประจำการที่นั่น ก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวด้วยเลย พอเสร็จธุระป๊าประมาณเที่ยง ก็ไปเที่ยวที่ตลาดสามชุก แล้วก็บึงฉวาก ไม่เคยไปซะที ผ่านไปผ่านมาอยู่นั่นแหละ

ไปญี่ปุ่นไม่ได้ ก็เที่ยวสุพรรณเนี่ยแหละว่ะ

 

ตลาด100ปี สามชุก

 ร้านขายของเล่นต่างๆ

 ร้านโปสการ์ดกิ๊บเก๋ มีสไตล์ค่ะ

 

ยามว่างของอุลต้าคุง

 Kickapu & Sarsi & Coke

 

 เห็นลูกชิ้นแล้วไม่กล้าเข้าร้านเลย

 

ย้ายไปเที่ยวต่อที่บึงฉวาก

สัตว์น้ำนานาพันธุ์ 

 

===========================

วันนั้นที่หัวหิน

posted on 15 Oct 2008 18:35 by na2sayjin

ด้วยว่าปีนึง เพื่อนนุ้ยจะกลับบ้านมาสักครั้ง โดยครั้งนี้กลับมา ก็ชวนกันไปเที่ยวทะเล เอาใกล้ๆ ละกัน เพราะมีเวลาไม่มาก ก็เลยไปแค่หัวหิน ไปหาอะไรกินกัน ดูน้ำทะเล นั่งกินลมชมวิว ถึงแม้จะเป็นทริปสั้นๆ แค่วันเดียว แต่มันก็มีความหมายสำหรับพวกเรามาก เพราะนี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เรามาหัวหินด้วยกัน ในระยะเวลาสิบกว่าปีที่คบกันมา เราไม่ค่อยได้ไปเที่ยวด้วยกัน ไม่รู้เป็นเพื่อนกันประสาไรวะ แทบไม่เคยไปเที่ยวไหนกันเล๊ยยย เวรกรรมคนที่เป็นเพื่อนกับพวก 3 คนนี้จริงๆ

edit @ 15 Oct 2008 18:59:39 by na2sayjin